Latest Article :

ทำไมเจียวกู้หลานจึงเป็นสมุนไพรที่น่าใช้


ทำไมเจียวกู้หลานจึงเป็นสมุนไพรที่น่าใช้

คัดลอกเนื้อหาจากเว็บ palapanyo.com/content/node/771
เจียวกู้หลาน "ไม่ใช่โสม แต่ดีกว่าโสม"
เจียวกู้หลาน หรืออีกชื่อ ซีแย่ตั่น เป็นพืชตระกูลหญ้าที่ขึ้นตามธรรมชาติ ประเภทแตงน้ำเต้าเจริญงอกงามอยู่ตามแถบภูเขาฉินหลง และเขตมณฑลทางใต้ของแม่น้ำแยงซีเกียงโดยเฉพาะทางด้านตะวันตกเฉียงใต้
เดิม เจียวกู้หลาน เป็นอาหารที่ใช้รับประทานแก้หิว ยามกระหาย ใช้เป็นยาแก้ไอ และแก้ร้อนใน ต่อมาก็เริ่มมีการค้นคว้าวิจัย และพัฒนาใช้เจียวกู้หลานในการผลิตยาและเหล้า
จากการศึกษาด้านคลีนิค และด้านเภสัชทั้งในประเทศจีน และต่างประเทศพบว่า เจียวกู้หลานเป็นสมุนไพรที่ใช้รับประทานประจำได้ ไม่ว่าจะใช้ทั้งต้นหรือทำการสกัดออกมา โดยจะประกอบด้วยตัวยา 50 ชนิด ซึ่งมีตัวยาที่เหมือนโสมคน 4 ชนิด Rd1 , Rd3 , Rd และ F2 รวมอยู่ด้วย ดังนั้น เจียวกู้หลาน ไม่เพียงมีคุณสมบัติเทียบเท่าโสมคนเท่านั้น แต่ยังสามารถใช้ได้อย่างสบาย โดยไม่ต้องกังวล ต่างจากโสมคน ซึ่งหากใช้เกินขีดปริมาณที่กำหนด อาจเกิดผลข้างเคียงได้
เจียวกู้หลาน ใช้บำรุงร่างกาย ระงับประสาท ช่วยให้นอนหลับ ลดความตื่นเต้น ลดความดันโลหิต ลดคลอเรสเตอรอล ฟอสฟอไลปีด และกรดไขมันอิสระ ลดน้ำตาลในเลือด ชลอความชรา ยืดอายุของเซลเพิ่มจำนวนอสุจิ รักษาโรคปวดหัวข้างเดียว ช่วยควบคุมน้ำหนักได้โดยไม่ต้องอดอาหาร ช่วยสร้างภูมิต้านทานโรคต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี
"ประวัติของเจียวกู้หลาน"
ในปี 1977 มีคนจีนเป็นชายหนุ่มคนหนึ่ง ชื่อ ศิว์สื้อหมิงเป็นเภสัชกร จบจากมหาวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์ปักกิ่ง เข้าได้ทำงานที่สถาบันวิจัยสมุนไพรนครอานดัง มลฑลส่านซี จนกระทั่งในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ปี 1982 เขาได้ลางานชั่วคราวจากเพื่อไปเยี่ยมบ้านที่อำเภอ ผิงลี่ ระยะทางไกลประมาณ 50 กม. ในช่วงที่เขามาพักผ่อนที่บ้าน ก็ได้ใช้เวลาเสาะแสวงหาสุมนไพรตัวใหม่ ๆ ในอำเภอผิงลี่โดยการไปพูดคุยกับชาวบ้าน และหมอพื้นบ้าน เพื่อหาข้อมูลของสมุนไพร เขาได้พบสมุนไพรตัวใหม่ชนิดหนึ่ง ที่ชาวบ้านเรียกว่า "เสี่ยวโหม่งจูเถิง" ซึ่งมีประสิทธิภาพในการรักษาชาวบ้านที่เป็นโรคไขมันสูงในเลือด และโรคความดันโลหิตสูง ได้อย่างดี เขาดีใจมากที่ได้รับการยืนยันจากหมอพื้นบ้านและผู้ป่วยว่าสมุนไพรชนิดนี้ให้ผลการรักษาได้หลายโรคจริง ๆ มันเป็นยาสมุนไพรวิเศษถูกใจตามความคาดหวัง ที่เขาเสาะแสวงหามานานหลายสิบปีแล้ว เมื่อเขากลับไปที่ห้องทำงาน สถาบันวิจัยเดิมของเขา เขาก็ได้นำสมุนไพรดังกล่าวไปศึกษาวิจัยทันที ตามตำราแผนโบราณจีน หญ้าชนิดนี้เรียกว่า "เจียวกู้หลาน" ซึ่งแรกเริ่มนั้น เจียวกู้หลาน เป็นอาหารที่ชาวบ้านใช้รับประทาน แก้หิวยามฤดูแล้ง ได้มีการบันทึก ในตำราไว้ ใช้เป็นยาแก้ไอ แก้ร้อนในต่าง ๆ
เจียวกู้หลาน มีชื่อจีนหลายชื่อ เช่น ซิเย่ตั่น จิ้วฮวงเปิ้นเฉา และหนงจิ้งเฉวิยนหู แต่ชื่อทางวิทยาศาสตร์ คือ Gynostemmapen taphyllum Makino ในวงศ์ Cucurbitaceae ที่ญี่ปุ่นเรียกว่า อะมาซาซูรู (Amaehazuru) ในเมืองไทยเคยมีการนำจากประเทศญี่ปุ่น ไต้หวัน และจีน เข้าปลูกครั้งแรกในปี พ.ศ.2537 เรียกชื่อไทยว่า ชาปัญจขันธ์ ชาเบญจขันธ์ ชาทิกวนอิม หรือซาสตูล เพราะเคยนำมาปลูกที่จังหวัดสตูลได้ผลดีเป็นครั้งแรก ปัจจุบันมีการปลูกที่เชียงใหม่ เช่น ที่วัดอุโมงค์ สวนพุทธธรรมเชียงใหม่ สันกำแพง และในอีกหลายแห่งของประเทศ เจียวกู้หลานเป็นพืชล้มลุกชนิดเถา เลื้อยขนานกับพื้นดิน รากงอกออกจากข้อเป็นประเภทแตงน้ำเต้า มีใบ 3-5 ใบ ด้านบน และด้านใต้ใบมีขนอ่อนสีขาวปกคลุม เป็นพืชที่ขึ้นตามธรรมชาติ เจริญงอกงามอยู่บนแถบเขตภูเขาฉินหลง และเขตมณฑลทางใต้ของแม่น้ำแยงซีเกียง โดยเฉพาะทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ สารสำคัญในเจียวกู้หลานจะมีมาก อีกทั้งต้นก็เจริญเติบโตง่าย เจียวกู้หลานจึงถูกขานชื่อว่าเป็น "โสมคนทางใต้"
ในประเทศไทย ทางกระทรวงเกษตร ได้นำมาเผยแพร่นานแล้ว แต่อาจจะมีปัญหาในด้านการรักษาต้นพันธุ์ ยังไม่ค่อยแพร่หลายนัก เพราะเป็นพืชล้มลุกและตายง่าย ในฤดูฝนจะหยุดเจริญ ในขณะที่ส่วนใต้ดินยังจะเจริญดีอยู่ อย่างไรก็ตามมีผู้สนใจ และปลูกเจียวกู้หลานในบางแห่ง เพื่อผลิตเป็นเครื่องดื่มมีรสชาติแตกต่างกันบ้าง รสหวานบ้าง รสขมบ้าง ในรูปของชาสมุนไพรเสริมสุขภาพ ออกจำหน่ายแล้ว ส่วนที่นำมาใช้ คือ ส่วนเหนือดินของพืชที่มีอายุ 4-5 เดือนขึ้นไป และเก็บจากต้นมาใช้ได้ 2-3 ครั้งต่อปี นอกจากนี้ องค์การเภสัชกรรม กระทรวงสาธารณสุขก็ได้มีการศึกษาปัญจขันธ์ โดยการนำไปทำการแพร่พันธุ์แบบเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ และนำไปปลูกได้ดี และศึกษาคุณสมบัติของส่วนประกอบสำคัญในด้านยา และเครื่องสำอางค์อยู่
"ผลการวิจัยทางชีวภาพ"
มีรายงานในประเทศจีน ว่า ส่วนก้านและใบของเจียวกู้หลาน มีสารสำคัญ เช่น ซาโปนิน ซึ่งสามารถเสริมภูมิคุ้มกันในสัตว์ทดลองได้ชัดเจนมาก โดยการออกฤทธิ์ต่อต้านฤทธิ์กดภูมิคุ้มกันของยารักษามะเร็ง เช่น cyclophosphamide ทำให้น้ำหนักอวัยวะที่สร้างภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้น เพิ่ม hemolysin เพิ่มจำนวน natural killer cells ซึ่งมีหน้าที่ทำลายเซลล์มะเร็ง และทำให้ผู้ที่ทดลองที่ทานเข้าไปแข็งแรงไม่รู้สึกอ่อนเพลียง่ายและทนทานต่อภาวะ trypoxia
"คุณสมบัติทางเภสัชและคลีนิค"
การศึกษาด้านคลีนิคและด้านเภสัชศาสตร์ พบว่าเจียวกู้หลานเป็นสมุนไพรที่มีความปลอดภัย และใช้รับประทานประจำได้ ไม่ว่าจะใช้ทั้งต้นและใบ หรือทำการสกัดออกมาได้มีการใช้ในการรักษาโรคต่าง ๆ โรคเรื้อรัง และส่วนกระตุ้นประสาทไม่ทำให้มีความผิดปกติ หรืออาการแพ้ใด ๆ จากการทดลองพิสูจน์ว่า เจียวกู้หลานที่สกัดออกมานั้นสามารถลดไตรกลีเซอไรด์ ในเลือดของสัตว์ทดลองที่มีไขมันสูงได้ ลดสารที่ได้จากปฏิกิริยาออกซิเดซัน เช่น ลิปิดเปอร์ออกไซด์ คอเลสเตอรอล ฟอสฟอไลปิด กรดไขมันอิสระ เพิ่มพลังกำลังของหัวใจขาดเลือด ชลอความชรา ยืดอายุของเซลล์ และเพิ่มจำนวนอสุจิ เป็นต้น
ชาเจียวกู้หลาน [ก้าน]
ปกติแล้วสรรพคุณของเจียวกู้หลาน โดยมากจะรวมตัวกันอยู่ที่กิ่งก้าน แต่อาจจะต้องต้มเอาจึงจะได้ผลของสรรพคุณที่มากที่สุด (เหมือนยาจีน) ซึ่งอาจจะไม่สะดวกนิดหนึ่ง แต่ก็ได้มา ซึ่งสรรพคุณที่เต็ม 100 หากว่าท่านมีเวลานิดหนึ่ง แนะนำแบบนี้จะดีที่สุด
การต้มชาเจียวกู้หลานแบบก้าน จริงๆแล้วสามารถชงแบบชาก็ได้ แต่อาจต้องใช้น้ำอุณหภูมิที่สูงมากหน่อย ดังนั้น ทางเหนือจึงนิยมนำไปต้มแบบลักษณะคล้ายการต้มยาจีน โดยใช้เวลาประมาณ 3-5 นาทีในน้ำเดือด
ส่วนที่ว่าสรรพคุณส่วนสำคัญจะอยู่ที่ก้าน ข้อมูลมาจากแหล่งผู้ผลิตที่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ เนื่องจากลักษณะของต้นชาเจียวกู้หลานเป็นลักษณะ ไม้เถาล้มลุก แบบไม้เลื้อย จึงมีส่วนที่เป็นกิ่งก้านสาขามากกว่าส่วนของใบ เมื่ออบมาใบจะหดและแห้งจึงทำให้สูญเสียคุณสมบัติไปบ้างในขั้นตอนการผลิต
ข้อมูล ชื่อสากล
GYNOSTEMMA, PENTA TEA, Southern Ginseng
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์เจียวกู้หลาน
เจียวกู้หลาน เป็นไม้เถาล้มลุก อยู่ได้หลายปี ลำต้นหรือเถาเล็กเรียวยาว เส้นผ่าศูนย์กลาง 2 - 4 มม. ที่ข้อของเจียวกู้หลาน มีขน บาง ๆ และมีระยางค์ เป็นเส้นยาว ปลายเส้นแยกเป็น สองแฉก ลำต้นสามารถเลื้อย และแตกแขนงได้ ส่วนที่ทอดไปตามดิน สามารถงอกเป็นรากได้ เจริญเติบโตดีในที่ชุ่มชื้น ตั้งแต่ที่ราบ จนไปถึงที่ ๆ สูงจากระดับน้ำทะเลสูงประมาณ 3,200 เมตรเหนือจากระดับน้ำทะเล
รสชาติส่วนก้านจะขมกว่าใบ ส่วนที่เป็นใบลูกค้าบางคนก็บอกว่าหวาน...
เจียวกู้หลานแบบก้าน ที่จริงสามารถชงแบบชาได้ แต่ต้องใช้น้ำที่อุณหภูมิสูงๆ หรือที่ 100 องศา แล้วแช่ไว้ 3-5 นาทีเหมือนกันกับแบบต้ม แต่แบบต้มเวลาเปิดไฟตุ๋นต่อไปเรื่อยๆก็จะเหมือนกับการสกัดเอาสรรพคุณตัวยาที่ได้มากขึ้น โดยใช้ประมาณ 5 กรัมสำหรับ 1 แก้ว(200ml) และ 10 กรัมสำหรับกาชา
สามารถชงซ้ำได้ 1-2 รอบแล้วแต่ปริมาณที่ใส่ลงไป หรือจนกว่าน้ำชาจะเจือจางลง
เจียวกู้หลาน หรือ GYNOSTEMMAPEENTAPHYLLUM MARKINO อยู่ในวงศ์ CUCUBIRACEAE มีถิ่นกำเนิดจากประเทศจีน เป็นไม้เถาเลื้อย ลำต้นกลมสีเขียว แตกกิ่งก้านทอดเลื้อยตามหน้าดินหรือไต่พาดพันต้นไม้อื่น มีรากหรือมือเกาะเป็นเส้นตามโคนก้านใบแล้วจะฝังลงดินแผ่กระจายไปเรื่อย ๆ ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก ออกเรียงสลับ มีใบย่อย 5 ใบ ขนาดไม่เท่ากันเป็นรูปรีแกมรูปขอบขนาน ปลายใบแหลม โคนสอบ ขอบใบจักเป็นฟันเลื่อย สีเขียวเข้ม ดอกเป็นสีแดงขนาดเล็ก ออกเป็นดอกเดี่ยว ๆ หรือเป็นช่อกระจุก 2 - 3 ดอก ออกที่ปลายยอด มีกลีบดอก 4 กลีบ ดอกจะออกเมื่อต้นเจริญเติบโตเต็มที่ ขยายพันธุ์ด้วยการปักชำต้น ปัจจุบันเจียวกู้หลาน มีต้นขายที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับสวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี แผ คุณตุ๊ก หน้าตึกกองอำนวยการ ราคาสอบถามกันเอง มีชื่ออื่นเรียกอีก คือ หญ้ามหัศจรรย์ โสมภาคใต้ โสมห้าใบ สมุนไพรอมตะ ญี่ปุ่นเรียก อะมาซาซูรู หรือ ชาหวานจาเถา
สรรพคุณ ทั้งต้นตั้งแต่ยอดถึงราก มีส่วนประกอบสำคัญเท่ากับโสมถึง 6 ชนิดรวมกัน ช่วยเสริมสร้างพลัง ช่วยรักษาโรคเฉียบพลันและร้ายแรงของคนวัยกลางคน จนถึงวัยชรา เช่น โรคเส้นเลือดใหญ่อุดตัน ความดันโลหิตสูง ความดันโลหิตต่ำ เบาหวาน หอบหืด และโรคมะเร็ง นอกจากนั้นยังช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกายให้เข้มแข็ง มีพลัง ทำให้ร่างกายมีความต้านทานโรคระบาดได้ และรู้สึกกระชุ่มกระชวย "ฟื้นหนุ่มสาว" กลับคืนมาอย่างน่าอัศจรรย์ยิ่ง ซึ่งผลการศึกษาวิจัยช่วยให้นอนหลับดี ต้านอนุมูลอิสระ รักษาแผลในกระเพาะอาหาร ลดระดับไขมันในเลือด เสริมระบบภูมิคุมกันยังยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็ง ยับยั้งการเกาะตัวของเกล็ดเลือด และลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีมาก
ในทางการค้าบางทีก็มีการคัดเลือกเฉพาะบางส่วน หรือคัดบางส่วนมาขายเพื่อเพิ่มมูลค่าทางการค้าอย่าง เช่น ชาสมุนไพรปัญจขันธ์ (เจียวกู้หลาน) เกรด A คัดเลือกเฉพาะยอดอ่อน ไม่มีเถา ไม่มีใบแก่ รสชาตินุ่มนวล ไม่ขมไม่ฝาด ลื่นคอ คัดพิเศษ มีความประณีต
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นในทางสรรพคุณของยาก็จะไม่มีความแตกต่างกันมาก ฉะนั้นการเลือกซื้อเจียวกู้หลานก็เป็นไปตามความพอใจของผู้ซื้อนั่นเอง
เจียวกู้หลานเป็นพืชต้นกำเนิดที่ประเทศจีนชอบอากาศหนาวเย็นและเป็นพืชออแกนิกตั้งแต่เกิด (ไม่สามารถใช้สารเคมีในการดูแลรักษา) อากาศดี - น้ำดี ลักษณะเป็นไม้เลื้อยเถาวัลย์คล้ายผักตำลึง ขนาดลำต้นสีเขียวทรงกลม แตกกิ่งก้านทอดเลื้อยตามหน้าดิน สามารถเลื้อยไปได้ไกล 2 - 3 เมตร โดยจะมีรากหรือมือเกาะเป็นเส้นแตกออกตามโคนก้านใบทุกก้าน และจะฝังดินเป็นรากยึด แตกเป็นลำต้นแผ่กระจายไปเรื่อย ๆ ใบประกอบ ออกเรียงสลับ มีใบย่อย 5 ใบ ขนาดไม่เท่ากัน เป็นรูปรี ปลายใบแหลม ขอบใบจักเป็นฟันเลื่อย ใบเป็นสีเขียวเข้มหนาแน่นเป็นแพน่าชมยิ่ง ใบแก่บนใบจะมีเมล็ดเล็ก ๆ สีดำเกาะอยู่บนใบจำนวนมาก มองตาเปล่าไม่เห็นเมื่ออบแห้งแล้ว นำมาชงน้ำดื่มและพอน้ำเย็นลง ก้นแก้วจะพบเศษเล็ก ๆ คล้ายทรายนอนอยู่ก้นแก้ว สารเม็ดเล็ก ๆ คล้ายเมล็ดแมงลักเหล่านี้จะสามารถชะล้างเซลล์ในเนื้อเยื่อภายในหลอดอาหาร กระเพาะอาหารได้ดี ชะล้างเนื้อเยื่อ เมื่อเซลล์เก่าถูกชะล้าง เซลล์ใหม่ก็จะเปิดบอลลูนขึ้นมาแทนที่ให้มีประสิทธิภาพ เป็นภูมิต้านทานโรค ส่วนดอกเป็นสีแดง ขนาดเล็กมาก ออกเป็นเดี่ยว ๆ หรือเป็นช่อกระจุก 2 - 3 ดอก ที่ปลายยอดลักษณะดอกมีกลีบดอก 4 ดอก ดอกบานพร้อม ๆ กันทุกยอด จะดูสวยงามมาก ดอกจะออกเมื่อต้นเจริญเติบโตเต็มที่
เจียวกู้หลาน
สมเด็จพระเทพ เสด็จประพาสจีนและทรงเล็งเห็นประโยชน์ของเจียวกู้หลาน เป็นสมุนไพรที่รักษาโรคได้หลายชนิด มีสรรพคุณใกล้เคียงกับใบชา ข้อดีคือไม่มีคาเฟอีน รสชาติก็ดื่มง่ายเหมือนโสม และทรงเล็งเห็นว่าภูมิศาสตร์ประเทศไทยก็เหมาะที่จะปลูกพืชชนิดนี้ จึงได้ส่งเสริมให้มีการปลูกอย่างแพร่หลาย และขนานนามสมุนไพรชนิดนี้ให้ใหม่เพื่อบรรจุเข้าสมุนไพรไทย ชื่อ "เบญจขันธ์ หรือ ปัญจขันธ์" คนจีนเรียกเซียนเฉ้า (ภาษาจีนแต้จิ๋ว) ฝรั่งเรียก "Gynostemma pentaphyllum"
เป็นพืชปลอดสารเคมี ตั้งแต่แรกเกิด การเพาะชำต้องรดน้ำในห้วยที่ไหลมาจากยอดเขา เพราะน้ำในห้วยมีสารอาหารและแร่ธาตุมากมายเหมาะแก่การปลูกเจียวกู้หลาน ใช้น้ำปะปารดไม่ได้เพราะมีสารคลอรีน ต้นไม้จะตาย หรือไม่ผลิตใบ มีแต่ลำต้น หรือถ้าออกใบก็จะห่างมากเป็นคืบ ไม่ชอบแดดร้อนจัด ต้องปลูกใต้หลังคาสังเคราะห์แสง ใส่ปุ๋ยเคมีหรือฉีดยาฆ่าแมลงก็ไม่ได้ ต้นอาจตายหรือไม่ออกใบ เหลือแต่ก้าน ใช้ความละเอียดในการจัดการ ถึงจะได้ผลผลิตนำออกสู่ตลาด จากการวิจัยของศูนย์วิจัยทั่วโลก ยกระดับใบของเบญจขันธ์ เจียวกู้หลานเป็นพืชมหัศจรรย์ สามารถรักษาโรคได้หลายชนิด ลดระดับความดันของหลอดเลือด รักษาโรคได้หลายชนิดและเป็นตัวปรับสมดุลย์ของเม็ดเลือดขาวและเม็ดเลือดแดง เบญจขันธ์ เจียวกู้หลาน นำมา สกัดทำยาหลายชนิดและหลายขนาดภายใต้ภาษาอังกฤษ ( GYNOSTEMMA PENTAPHTLLUM ) เบญจขันธ์ เจียวกู้หลาน ได้บรรจุเข้าเป็นสมุนไพรไทยแล้ว ภายใต้ชื่อ เบญจขันธ์ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เซียนเฉ้า วิธีเก็บเบญจขันธ์ เมื่อเด็ดเถาวัลย์มาแล้วจะเอาผ้าขาวห่อเหมือนลูกประคบ ขนาดใหญ่ และนำมานวดเบา ๆ ให้ใบเสียดสีกันแต่ไม่ให้ช้ำมาก ให้ได้ทั่วกัน และแกะผ้าขาวออก ผึ่งคลายความร้อนจากการนวด แล้วนำมาอบแห้ง บรรจุซองตะกั่วเมลามีนปิดซองสนิทกันความชื้น ไม่ให้ลมนอกเข้าและไม่ให้ลมในออก กลิ่นจึงหอม ขนาดบรรจุมี 2 ขนาด คือ 100 กรัมและ 200 กรัม มาตรฐานใบชาที่บรรจุอยู่ในซองตะกั่วเมลามีนเก็บรักษาได้อายุ 2 ปี เมื่อเปิดซองใบชาควรพับ 2 - 3 ชั้น และเอากิ๊ปหนีบ หรือหนังสติ๊กรัดรอบบนล่าง ที่พับเข้าหากันก้นถุง และอยู่ในที่ไม่มีแดด อย่านำเข้าตู้เย็น ถ้าเข้าตู้เย็น เมื่อนำมาชงดื่มเสร็จแล้วก็ต้องอย่าลืมเก็บกลับเข้าตู้เย็น มิฉะนั้นใบชาอาจขึ้นราได้ ถ้าดื่มทุกวันก็ไม่จำเป็นต้องเก็บในตู้เย็น
สรรพคุณเทียบกับโสม 5 ชนิด
ลดความดันโลหิต, ลดคอเลสเตอรอล
ลดน้ำตาลในเลือด, ละลายไขมันอิสระ
ชะลอความแก่, ยืดอายุของเซลล์
รักษาโรคปวดหัวข้างเดียว, โรคหลอดลมเรื้อรัง
รักษาโรคหลอดเลือดแข็งตัว, โรคหัวใจ
ต้านการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง
รักษาโรคกระเพาะเป็นแผล
เสริมสร้างเซลล์ในกระดูก
บำรุงสมอง, ระงับประสาท
ขับท่อปัสสาวะ, ลดอาการต่อมลูกหมากโต
สร้างสมดุลฮอร์โมนรอบเดือนสตรี
ฟื้นฟูฮอร์โมนต่อมลูกหมากสุภาพบุรุษ
ช่วยขับน้ำ หมายถึง จะขับน้ำในร่างกายของคนที่เป็นคนอ้วน ซึ่งส่วนใหญ่จะอ้วนลมและอ้วนน้ำที่เกินสมดุล หรือที่สมดุลไม่ปกติ ให้น้ำนั้นออกจากร่างกาย ช่วยขับของเสียที่ไต ช่วยไปล้างท่อปัสสาวะ ทำให้ท่อปัสสาวะโล่งและมีแรงดัน ฉะนั้นบางคนที่ดื่มเจียวกู้หลานจะปัสสาวะบ่อยและจะมีเศษของนิ่วออกมาด้วย
ช่วยขับลม หมายถึง ลมที่ไม่ปรกติ ในกระเพาะอาหารและลำไส้ ลมแน่นหน้าอก กรดไหลย้อน ลมในไขข้อกระดูก ตามหัวไหล่ แขนและขา เมื่อดื่มเจียวกู้หลานแล้ว จะขยายหลอดเลือดไปเลี้ยงหัวใจ สร้างสมดุลให้กับเม็ดเลือดที่ไปเลี้ยงตามร่างกายจะผายลม คลายปวดเมื่อย และขับเหงื่อ
ช่วยขับกาก หมายถึง ขับไขมัน การถ่ายอุจจาระเจ้าของร่างกายจะรู้สึกได้ว่าได้ขับไขมันออกมา อาการขับถ่ายจะลื่นไหลง่าย ไม่ต้องเบ่งมากและบรรเทาอาการเสียดสีของริดสีดวงทวารหนักจากอาการท้องผูก อาการขับถ่ายจะมีไขมันมาช่วยให้ลื่นไหลมาก สำหรับคนอายุมากหรือช่วยเหลือตัวเองไม่ค่อยได้จะไม่ท้องผูก ไม่มีกรดแน่นเฟ้อ กรดไหลย้อน จะเรอลมในอกได้ ไม่มีคาเฟอีน นอนหลับง่าย ช่วยย่อยอาหาร ทำลาย อาหารที่เป็นพลังงาน หลับสนิท ประโยชน์สูงสุดดื่มก่อนนอน 1 แก้วน้ำดื่มจะดีมาก
เจียวกู้หลาน ไม่ใช่แค่เพียงช่วยในเรื่องการขับถ่ายเท่านั้น ยังช่วยสร้างฮอร์โมนให้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นหญิง หรือ ชาย คนสูงอายุ การสร้างฮอร์โมน ดีต่อร่างกายคือ เป็นภูมิคุ้มกันโรค ช่วยในการย่อยอาหาร เปิดรับ เอ็นไซม์ ในอาหารได้ดี เซลล์จะเปิดบอลลูน เปิดต่อม ดี เอ็น เอ ให้ใหม่ ฟื้นฟูเซลล์ภายในอวัยวะชั้นในให้ร่างกาย ชะลอความแก่ เพราะเซลล์ทำงานมีประสิทธิภาพ เป็นภูมิคุ้มกันโรคต่าง ๆ ทั้งหมดนี้ คือ ประโยชน์การดื่มก่อนนอน 1 แก้วน้ำดื่ม หรือมากกว่าก็จะดีมาก ดื่มคืนนี้ พรุ่งนี้เช้า คำตอบพิสูจน์ได้ด้วยตัวคุณเอง มากกว่าคำบอกเล่า
การดื่มก่อนนอนมีประโยชน์ตรงที่ มนุษย์เราเมื่อทานอาหารเช้า อาหารเที่ยง อาหารเย็น ที่ยังย่อยสลายอาหารไม่หมด หรือสารพิษที่อยู่ในกระเพาะอาหารและลำไส้ตกค้าง การดื่มก่อนนอนจะทำหน้าที่ขับล้างสารอาหารเหล่านั้นหมดเลย รุ่งเช้าจะขับถ่ายทั้งหมด ขับถ่ายของเสีย ทั้งลม ทั้งกาก ทั้งน้ำ
สรุป เจียวกู้หลาน (เบญจขันธ์) เป็นพืชรักษาเกี่ยวกับโรคเลือด
วิธีชงดื่ม หยิบใบชา 1 ช้อนโต๊ะ ใส่ภาชนะชงชา รินน้ำร้อน 90 - 100 องศา แช่ใบชาในน้ำ ประมาน 1 นาที อย่าแช่ชาสมุนไพรไว้นานเพราะจะทำให้สีชาเข้ม จะเข้าไปทำลายน้ำตาลในเม็ดเลือดแรงเกินไป ถ้าสีชาเข้มให้เอาน้ำร้อนรินใส่จนสีออกเหลืองอ่อน ดื่มอุ่น ๆ จะดีมาก หรือถ้าดื่มไม่หมดทิ้งไว้ให้เย็นแล้วเทใส่ขวด แช่ตู้เย็น ดื่มเป็นน้ำเย็นก็สดชื่นดี สำหรับคนที่เป็นโรคเบาหวานและความดันโลหิตควรดื่มแทนน้ำเป็นประจำทุกวันเพื่อลดอาการความดันโลหิตและโรคเบาหวาน และคนปกติที่ไม่เป็นโรคดื่มเป็นประจำจะมีสุขภาพที่ดี เป็นภูมิคุ้มกันโรค ข้อสำคัญอย่าชงชาเข้ม เพราะดื่มทุกวัน
* หมายเหตุ ไม่ควรใช้น้ำประปาชงชาเพราะในน้ำประปามีสารคลอรีน อยู่มาก เมื่อนำมาต้มชงชาจะทำให้รสชาและกลิ่นชาเสีย
* คำเตือน ผู้ที่ห้ามดื่มชาทุกชนิด คือ หญิงตั้งครรภ,์ มารดาที่ให้นมบุตร, ผู้ที่ฟอกไต และคนผอมแห้ง ความดันต่ำ
วิธีการเก็บใบชา
อย่าเทใบชาออกไปใส่ภาชนะอื่นหากไม่จำเป็น ถ้าจะใส่ภาชนะอื่นต้องเป็นภาชนะสูญญากาศ
หลังเปิดซองแล้ว พับซองชาและเอาคลิปหนีบปากถุงไว้
บางท่านนิยมเอาชาใส่ตู้เย็นก็ดีอยู่ แต่เมื่อนำออกมาชงดื่มแล้ว ให้นำซองกลับไปใส่ตู้เย็นเหมือนเดิม แต่ถ้าเราดื่มทุกวันก็ไม่จำเป็นต้องเก็บเข้าตู้เย็นก็ได้ เพราะใบชาห่อนึงก็ดื่มได้ประมาณ 1-2 เดือน ก็หมดแล้วดื่มเป็นน้ำเย็นก็สดชื่นดี
เจียวกู้หลาน ปัญจขันธ์ หรือโสมใบ (โสมพุทธรัตนะ)
JIAOGULAN HERBAL (GYNOSTEMMA PENTAPHYLLUM)
สมุนไพร "อายุวัฒนะ"
เจียวกู้หลาน เป็นพืชสมุนไพรจีนซึ่งใช้บำบัดอาการอักเสบหลายชนิดมานานกว่าศตวรรษแล้ว พืชนี้อยู่ในวงศ์เดียวกับแตงกวา และหลายคนมักเรียกว่า "โสมใต้" เนี่อง จากพบได้ในเทือกเขาทางตอนใต้ของประเทศจีน ซึ่งผู้คนแถบนี้ได้ชื่อว่าเป็นผู้มีอายุยืนยาวและมีอัตราการเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดอุดตันต่ำมากที่สุด สาเหตุนั่นคือการบริโภค
สมุนไพรชนิดหนึ่งนั่นคือ เจียวกู้หลาน นั้นเอง
นักวิทยาศาสตร์และนักเภสัชวิทยา ได้นำตัวอย่างของพืชมาวิเคราะห์องค์ประกอบ และทดสอบฤทธิ์ทางยา พบว่าพืชนี้มีคุณสมบัติมหัศจรรย์คือ สามารถลดคอเรสเตอรอลที่สะสมในหลอดเลือดได้อย่างยอดเยี่ยม ยิ่งไปกว่านั้นยังพบว่าเจียวกู้หลานช่วยกระตุ้นการทำงานของตับให้อยู่ในสภาพสมดุล ทำให้ตับแข็งแรง จึงทำให้มีการเผาผลาญน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตเป็นพลังงานได้โดยตรง โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการสะสม จึงมีบทบาทในการควบคุมน้ำหนักได้
เจียวกู้หลาน อุดมไปด้วยกรดอะมิโนหลายชนิด สารต้านอนุมูลอิสระ วิตามิน เกลือแร่ ซีลีเนียม แมงกานีส แคลเซียม เหล็ก โพแทสเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส ฯลฯ ซึ่ง เป็นประโยชน์และมีความจำเป็นต่อร่างกาย
สารออกฤทธิ์ในเจียวกู้หลาน
Gypsenside มากกว่า 80 อนุพันธุ์ ซึ่งให้ฤทธิ์คล้ายกับสารออกฤทธิ์ Ginsenoside ในโสม และมีโครงสร้างทางเคมีคล้ายกับสารในโสม
มีสารอนุพันธุ์ของ Saponin ซึ่งเป็นสารชนิดเดียวกันกับสารที่พบในโสมอีกด้วย ซึ่งพบด้วยกัน 11 อนุพันธุ์ ที่เป็นสารชนิดเดียวกับโสม
ในการต่อต้านเซลล์มะเร็งพบว่า ช่วยป้องกันเซลล์แม่จากการพัฒนาไปเป็นเซลล์มะเร็งได้ถึงร้อยละ 20-80
มีความสามารถในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันสำหรับผู้ติดเชื้อ HIV โดยพบว่าสามารถยับยั้งการทำงานของ เอนไซม์เอชไอวี โพรทีเอส ทำให้เชื้อไวรัสเอสไอวี ไม่เพิ่มจำนวน มีฤทธิ์เสริมภูมิต้านทานในหลอดทดลอง เมื่อทดลองในอาสาสมัครพบว่า มีความปลอดภัย (ที่มา:กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์)
เจียวกู้หลาน เป็นพืชสมุนไพรที่มีการศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา ซึ่งงานวิจัยนี้ติดหนึ่งในสิบงานวิจัยดีเด่นของโลก ดังนั้นการดื่มชาเจียวกู้หลานทุกวันจะส่งผลให้สุขภาพของท่านดีขึ้นอย่างเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจน
สรรพคุณของชาเจียวกู้หลาน
แก้ผมหงอก-ผมร่วง
แก้ปวดหัว ไมเกรน
รักษาโรคความจำเสื่อม
รักษาโรคคางทูม และทอลซิล ขับเสมหะ แก้ไอ แก้หอบหืด
ลดกรด แก้ปวดท้อง แก้ปวดท้องประจำเดือน
รักษาโรคกระเพาะ
ช่วยบำรุงสุขภาพ ช่วยให้นอนหลับ ชะลอความชรา
แก้โรคตับ
แก้โรคเบาหวาน เพิ่มสมรรถนะทางเพศ
แก้โรคเกาท์
ฆ่าเชิ้อราที่เท้า
แก้ท้องผูก ลำไล้อักเสบ ลดคอเลสเตอรอล
แก้ปวดเอว ปวดหลัง
รักษาความดันสูง-ความดันต่ำ
แก้หวัด ช่วยให้กระชุ่มกระชวย
ช่วยให้แผลหายเร็ว
แก้หูอักเสบ
แก้ หูด บวม ฟกช้ำ ช่วยให้ผิวหนังเต่งตึง
ช่วยควบคุม นน. ได้โดยไม่ต้องอดอาหาร
ช่วยสร้างภูมิต้านทานโรคต่างๆ ต่อต้านการอักเสบป้องกันโรคมะเร็งกว่า 20 ชนิด และควบคุมการแพร่เซลล์มะเร็งได้
รวมทั้งสามารถยับยั้งการทำงานของเชื้อ HIV ได้
เจียวกู้หลาน มีคุณประโยชน์หลากหลายต่อร่างกาย เราควรมาทำความรู้จักกับเจียวกู้หลานให้มากขึ้น ดังนั้นเราจึงรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเจียวกู้หลานเพื่อให้ท่านดังต่อไปนี้
1.ชื่อเรียกต่างๆของเจียวกู้หลาน
ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Gynostemma pentaphyllum Makino
เป็นพืชในวงศ์ cucirbitaceae
คนจีนนิยมเรียกว่า เจียวกู้หลาน ( Jiaogolan ) หรือ ชีเย่ตั่น หรือเซียนเฉา แปลว่า สมุนไพรอมตะหรือโสมใต้ ( Southern Ginseng )
คนไทยเรียกว่า ปัญจขันธ์ หมายถึง บำรุงขันธ์ห้าบางคนเรียก โสมคน
ญี่ปุ่น คือ อมาซาซูรุ แปลว่า ชาหวานจากเถา
ประเทศทางตะวันตก เรียกเป็นภาษาอังกฤษหลายชื่อ เช่น Miracle glass ( หญ้ามหัศจรรย์ ) หรือ Southern Ginseng ( โสมใต้ ) หรือ 5-Leaf dinseng หรือ โสม 5 ใบ
ดังนั้น "ปัญจขันธ์" จึงนับเป็นหญ้าสารพัดชื่อที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน
2.ลักษณะทางกายภาพและแหล่งกำเนิด
เป็นพืชล้มลุกชนิดไม้เถา เลื้อยขนานกับพื้นดิน รากงอกตามข้อ มีใบ 3-7 ใบขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ มีขนอ่อนเล็กๆ สีขาวปกคลุมที่ใบทั้งด้านบนและด้านล่าง ดอกแยกเพศ ขนาดเล็กสีเขียวอมเหลือง ผลกลม เมื่อแก่จัดจะมีสีดำ ภายในมีเมล็ด 3-4 เมล็ดขยายพันธ์โดยเพาะเมล็ด แต่นิยมใช้เถาปักชำ ในฤดูฝนจะหยุดการเจริญเติบโต แต่ส่วนใต้ดินยังเจริญ มักพบให้ภูมิภาคเขตร้อน/เขตอบอุ่นของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งต่อมามีการกระจายพันธุ์ไปในเขตร้อนและเขตอบอุ่นอื่นๆ ทั่วโลก สามารถขึ้นได้เองตามธรรมชาติ ชอบอากาศเย็นพื้นที่ควรสูงจากระดับน้ำทะเล 300-3,200 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ขึ้นได้ตามภูเขามากกว่าหุบเหว สองปากทางมักพบที่มีความชื้นสูงความชื้นสัมพัทธ์มากกว่าร้อยละ 80 มีปริมาณแสงประมาณร้อยละ 40-60 ลักษณะดินที่ปลูกมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนหรือด่างอ่อนและมีความสมบูรณ์
ในสาธารณรัฐประชาชนจีนพบเจริญงอกงามอยู่ตามแถบภูเขาฉินหลง และเขตมณฑลทางใต้ ส่วนในประเทศไทยมีรายงานการสำรวจพบพืชชนิดนี้ขึ้นอยู่ตามธรรมชาติในพื้นที่ทางภาคเหนือตั้งแต่ปี พ.ศ. 2465 ที่ดอยอินทนนท์ แต่ไม่ปรากฏการใช้ประโยชน์ที่แพร่หลาย ปัจจุบันปลูกในจังหวัดเชียงใหม่ ชัยภูมิ นครราชสีมา จันทบุรี ระยอง ราชบุรี และสระแก้วแต่ยังไม่แพร่หลายนัก เพราะมีปัญหาเรื่องความแข็งแรงของต้นพันธุ์ อีกทั้งเป็นพืชล้มลุกและตายง่ายวิธีการปลูกเจียวกู้หลานให้ได้ผลผลิตคุณภาพดีในการปลูกบนพื้นที่ขนาดใหญ่คือการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อจากส่วนใบ
3.การนำไปใช้ประโยชน์
จะนำส่วนที่อยู่เหนือดินทั้งก้านและใบ คุณค่าของสารสำคัญและรสชาติของเจียวกู่หลานขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ความอุดมสมบูรณ์ของดินและสภาพแวดล้อมของพื้นที่ที่ปลูกเจียวกู้หลานที่ขึ้นตามธรรมชาติจะมีปริมาณของสารสำคัญสูงสุดและมีรสชาติเข้มข้นส่วนที่ปลูกจะมีรสหวาน เจียวกู้หลานมีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นที่รู้จักของชาวจีนตั้งแต่อดีตเป็นอย่างดี มีคุณประโยชน์ที่พร้อมสรรพทั้งในเชิงป้องกันและบำรุงร่างกายมีประวัติการใช้ยาวนานในประเทศจีนและญี่ปุ่น เช่น ในจีนใช้ทั้งเป็นยาแก้อักเสบ แก้ไอ ขับเสมหะ และแก้หลอดลมอักเสบ เจียวกู้หลานใช้รับประทานแก้หิวกระหาย ใช้เป็นยาแก้ไอและแก้อักเสบร้อนใน ต่อมาก็เริ่มมีการคิดค้นคว้าวิจัยและพัฒนาใช้เจียวกู้หลานในการผลิตยาและเหล้า รวมถึงเป็นอาหารเสริม
จากการศึกษาด้านคลินิกและด้านเภสัชทั้งในประเทศจีนและต่างประเทศพบว่า เจียวกู้หลานเป็นสมุนไพรที่ใช้รับประทานเป็นประจำได้ไม่ว่าจะใช้ทั้งต้นหรือสกัดออกมา โดยจะประกอบด้วยตัวยามากกว่า 50 ชนิดซึ่งมีตัวยาเหมือนโสมคน 4 ชนิดได้แก่ Ginsenosides Rb 1 Rd และ F3 รวมอยู่ด้วย ดังนั้นเจียวกู้หลานไม่เพียงมีคุณสมบัติเทียบเท่ากับโสมคนเท่านั้น แต่ยังสามารถใช้ได้อย่างสบายโดยไม่ต้องกังวล ซึ่งต่างจากโสมคน หากใช้เกินขีดปริมาณที่กำหนดอาจเกิดผลข้างเคียงได้ ปัจจุบันมีการใช้เป็นสมุนไพรในรูปแบบชาชงสมุนไพร บำรุงร่างกายและใช้เป็นอาหารสุขภาพ สำหรับในประเทศไทยมีบันทึกการใช้ประโยชน์ปัญจขันธ์ในยาพื้นบ้านของชาวเขาเผ่าลาหู่ ใช้ทั้งต้นเป็นยารักษาแผล รักษากระดูกและอาการปวดกระดูก
4.การเพาะปลูกในเชิงพาณิชย์
ปลูกโดยปล่อยทอดเถานอนบนแปลงดินดีกว่าเกาะไม้เพราะกิ่งก้านจะพันกันทำให้เก็บเกี่ยวยาก ควรปลูกในฤดูหนาวและทยอยเก็บเกี่ยวจนได้ต้นฤดูฝน ชอบอากาศเย็นชุ่มชื่นอุณหภูมิประมาณ 13-20 องศา แสงสว่างรำไรๆ ไม่ชอบชื้นและอากาศร้อน ไม่ชอบสารเคมีทุกชนิด ควรขยายพันธุ์โดยการปักชำ การพิจารณาเลือกกิ่งพันธุ์ ให้เลือกกิ่งที่แก่พอประมาณโดยนับจากโคนมาประมาณ 3-4 ใบใช้ส่วนนั้นเป็นกิ่งพันธุ์
วิธีการขยายพันธุ์ / วิธีการปลูก นำดินร่วนให้ได้เฉพาะดินละเอียดจริงๆตักใส่ถุงเพาะชำพรมน้ำให้ชุ่มชื่นทิ้งไว้ประมาณ 1 คืนต่อจากนั้นใช้ไปปักนำร่องเป็นทางให้กิ่งปักชำลงไปในถุงนำไปไว้ในโรงเรือนอนุบาลที่มีหลังคาพรางแสงคลุมด้วยพลาสติกอีกชั้น เพื่อป้องกันฝน ต้นไม้ชนิดนี้เป็นไม้อาศัยร่มเงาของต้นไม้ใหญ่และอากาศดีเย็นๆ ต่อจากนั้นใช้เวลาประมาณ 15 วันถึง 1 เดือนจึงนำไปปลูกในแปลงดินที่ต้องเป็นดินร่วนปนทราย พรวนดินให้ละเอียดแล้วคลุมด้วยปุ๋ยอินทรีย์ ถ้าเป็นมูลค้างคาวได้ยิ่งเป็นการดีจากนั้นคอยรดน้ำใส่ปุ๋ยอินทรีย์ 15 วันต่อครั้ง คอยดูแลกำจัดวัชพืชควรเก็บเกี่ยวเมื่ออายุได้ 4-5 เดือนรุ่นหนึ่ง
5.การพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์
สถานบันวิจัยสมุนไพร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ร่วมมือกับองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ จ.เชียงใหม่ทำการทดลองปลูกพืชสมุนไพรดังกล่าวในเขตพื้นที่ 5 สวนป่าทางภาคเหนือขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ซึ่งได้แก่ สวนป่าหลวงสันกำแพง สวนป่าแม่แจ่ม สวนป่าแม่หอพระ สวนป่าบ้านหลวง จังหวัดเชียงใหม่และส่วนป่าอูคอ จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งการทดลองปลูกเจียวกู้หลานในพื้นที่ดังกล่าวนั้นจะเป็นการเปรียบเทียบระหว่างสายพันธุ์จีนกับสายพันธุ์ไทย เพื่อศึกษาตัวสมุนไพรและเอกลักษณะของสารที่อยู่ในตัวสมุนไพร โดยการดำเนินงานในแต่ละสวนจะใช้พื้นที่ 40 ตารางเมตรซึ่งแบ่งโดยแยกปลูกพันธุ์ไทยและพันธุ์จากประเทศจีน คือ สายพันธุ์ไทยโครงการหลวง 20 ตารางเมตรและสายพันธุ์จากประเทศจีน 20 ตารางเมตร
นอกจากนี้ยังมีการทดลองปลูกเปรียบเทียบกันใน 5 จังหวัดกระจายอยู่ทั่วประเทศไทย เพื่อศึกษาว่าพื้นที่ใดเหมาะสมที่จะปลูกเจียวกู้หลาน หลังจากทดลองปลูกสมุนไพรชนิดเป็นเวลา 2 เดือน พบว่าเจียวกู้หลานพันธุ์จีนเจริญเติบโตดีกว่าพันธุ์ไทย ในภาคกลางให้ใบดีกว่าภาคอื่นๆ หลังจากได้เก็บใบเจียวกู้หลาน 2 พันธุ์มาตรวจสอบสารสำคัญพบว่า พันธุ์จีนมีสารสำคัญร้อยละ 18-19 ส่วนพันธุ์ไทยมีสารสำคัญร้อยละ 12-13 โดยใบกิ่งงอกงามดีมีสารสำคัญน้อยกว่าใบที่ไม่ค่อยสวยพื้นที่ภาคเหนือมีสารสำคัญมากกว่าภาคอื่นๆ เบื้องต้นหากจะปลูกเจียวกู้หลานควรเลือกพันธุ์ที่ภาคเหนือ เช่น เชียงใหม่ เชียงราย
จากการได้นำทุกส่วนของเจียวกู้หลานที่ปลูกมาสกัดและทดสอบสรรพคุณทางเภสัชวิทยา พบว่าสามารถเพิ่มการแบ่งตัวของสัมโพชัยท์ ซึ่งมีส่วนเสริมภูมิคุ้มกับร่างกายและในการทดสอบฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระพบว่ามีฤทธิ์ต้าน ดังนั้นจึงมีคุณภาพที่จะส่งเสริมผลิตวัตถุดิบ สำหรับการนำไปใช้ประโยชน์เป็นผลิตภัณฑ์เสริมคุณภาพและเป็นยาได้ นอกจากนี้ได้ทำการทดสอบความปลอดภัยในการอาสาสมัครปกติแล้ว พบว่า มีความปลอดภัยต่อร่างกาย
เจียวกู้หลานหรือปัญจขันธ์ (Jiaogulan) Gynostemma Pentaphyllum (Thunb) Makino วงศ์ Cucurbitaceae เป็นพืชเถาตระกูลแตงที่มีสรรพคุณและมีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นที่รู้จักของชาวจีนตั้งแต่อดีตเป็นอย่างดี ได้รับสมญานามว่า "เซียนเฉา" (Xiancao) แปลว่า สมุนไพรอมตะหรือโสมใต้ (Southern Ginseng) และชาวญี่ปุ่นเรียกว่า "อมาซาซุรุ" มีประโยชน์พร้อมสรรพคุณทั้งในเชิงป้องกันและบำรุงร่างกายจนได้รับความสนใจจากนักวิทยาศาสตร์ในต่างประเทศในการค้นคว้า วิจัยถึงสรรพคุณของเจียวกู้หลาน สารออกฤทธิ์ของเจียวกู้หลานมีชื่อว่า "จิบเป็นโนไซด์" ซึ่งเป็นสูตรโครงสร้างคล้ายคลึงกับ "จิบเป็นโนไซด์" ในโสมคน เจียวกู้หลานมีสารประกอบซาโปนิน 82ชนิด ซึ่งโสมคนจะมีอยู่เพียง 28 ชนิด ประเทศไทยได้ยกย่องให้เป็นสุดยอดสมุนไพรแห่งชาติในปี 2548 มีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์หลายชิ้นที่ยืนยันว่า เจียวกู้หลานช่วยปรับลดระดับคลอเรสเตอรอลชนิดเลวคือ LDL ที่ทำให้เกิดการอุดตันที่หลอดเลือดหัวใจ ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจวายฉับพลัน 67-93% ขณะที่เพิ่มคลอเรสเตอรอลชนิดดีคือ HDL ทำให้เกิดการเผาผลาญไขมันได้ดี และลดกรดไขมันอิสระที่เกิดขึ้นด้วย นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณในการควบคุมการเจริญและแพร่เชื้อของเซลล์มะเร็งได้ รวมทั้งสามารถยับยั้งการทำงานของเชื้อ HIV รักษาอาการโรคหัวใจ ควบคุมระดับน้ำตาลสำหรับผู้เป็นเบาหวาน
***จากการผลรวบรวมรายงานการวิจัยและเอกสารวิชาการเกี่ยวกับเจียวกู้หลานนี้ เฉพาะที่เป็นงานวิจัยหรือผลงานเผยแพร่ที่มีขึ้นในช่วง 20 ปีกว่า ๆ ที่ผ่านมา พบว่ามีมากกว่า 200 รายการงานวิจัยส่วนมากเป็นการศึกษาด้านสรรพคุณ เคมี และการศึกษากระบวนการหรือวิธีการ ซึ่งรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยทางเคมี สรรพคุณ และความปลอดภัยของพืช กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขยืนยันว่า "ไม่มีพิษเฉียบพลันหรือพิษเรื้อรังเมื่อใช้เป็นเวลานาน"
สรุปคุณสมบัติของเจียวกู้หลาน
มีสารต้านอนุมูลอิสระ(Antioxidant)
มีสารปรับสมดุลร่างกาย(Adaptogen)
เสริมประสิทธิภาพของระบบหัวใจและหลอดเลือด
ลดความดันโลหิตสูง
ลดระดับคลอเรสเตอรอลในเลือด
ป้องกันภาวะหัวใจวายและอันตรายจากหลอดเลือด สมองพิการ
เพิ่มความแข็งแรงของระบบต้านทานโรคเพิ่มความแข็งแรงระบบภูมิคุ้มกันโรค
ยับยั้งโรคมะเร็ง
ช่วยให้ระบบขับถ่ายสะดวกขึ้น ลดอาการท้องผูก เพิ่มจำนวนอสุจิ
บรรเทาอาการจากระบบประสาทส่วนกลาง ช่วยให้นอนหลับง่าย ส่งผลให้ความจำดีขึ้น
ไม่มีคาเฟอีน สามารถดื่มได้เป็นประจำ
ราคาก็ไม่แพง ราคาปกติที่ขายอยู่ในท้องตลาด ช่วง พ.ศ. ๒๕๕๕ ขนาดบรรจุ 100 g. ราคาประมาณ 100 บาท
ถ้าหาซื้อที่ไหนไม่ได้ที่ร้านดอยคำ มีวางขายอยู่ค่ะ
ที่มาของเอกสาร
ดร.ไมตรี สุทธจิตา คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ศิว์สื้อ หมิงกับสมุนไพรเจี่ยวกู่หลาน ในนิตยสารภาพจีน ปีที่ 5 ฉบับที่ 54 เมษายน 2535 หน้า 30-31
Michale Bluenert and Dr.Jialiu Liu. Jiaogulan Chiana "Immottrality Herb"1999 Feb, 2.
พัฒนา สมุนไพร"ปัญจขันธ์" ยับยั้งไวรัสเอดส์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ www.nrct.net
ขอขอบพระคุณแหล่งที่มาของข้อมูลทั้งหมดค่ะ
ที่มา
เจี่ยวกู้หลาน "ไม่ใช่โสม แต่ดีกว่าโสม"
ชาเจ
สมุนไพรเจียวกู้หลาน
ชาสมุนไพรเบญจขันต์ (เจียวกู่หลาน) เกรด A
สมุนไพร "อายุวัฒนะ" นามว่า เจี่ยวกู่หลาน ปัญจขันธ์ หรือโสมใบ (โสมพุทธรัตนะ)
สาระน่ารู้ของเจียวกู่หลาน
ชาเจียวกู่หลาน
สุดยอดชาสมุนไพรปัญจขันธ์ (เจียวกู่หลาน) - ลดไขมัน ลดน้ำตาล ชะลอความชรา
Hundreds of Herbal Medicine Products to be Outlawed Across EU in Early 2011
ท่านสามารถค้าหาเจียวกู้หลานที่ดีประเภทปลอดภัย จากกูเกิลได้


เจียวกู่หลาน สรรพคุณและประโยชน์ของชาเจียวกู่หลาน 36 ข้อ !

icon-calendar Published: 3/08/2014 (Updated: 29/03/2015)
icon-view 45,183 views
เจียวกู่หลาน
advertisements
สารบัญ [แสดง]

เจียวกู่หลาน

เจียวกู่หลาน ชื่อสามัญ Jiaogulan[2], Gynostemma, Miracle grass (หญ้ามหัศจรรย์), Southern ginseng (โสมภาคใต้), 5-Leaf ginseng (โสมห้าใบ), Penta tea[4]
เจียวกู่หลาน ชื่อวิทยาศาสตร์ Gynostemma pentaphyllum (Thunb.) Makino จัดอยู่ในวงศ์ CUCURBITACEAE[1]
สมุนไพรเจียวกู่หลาน ยังมีชื่อท้องถิ่นอื่นๆ อีกว่า ปัญจขันธ์ เบญจขันธ์ (ไทย), เครือต๋อมต๋อ (ไทใหญ่), ชีเย่ต่าน เสี่ยวขู่เอี้ยว เจียวกู่หลาน (จีนกลาง)[1],[4] คำว่า “เจียวกู่หลาน” มาจากภาษาจีนที่หมายความถึงพืชเถาที่พันรอบไม้ใหญ่ แต่ด้วยความที่สมุนไพรชนิดนี้มีสรรพคุณในการบำรุงสุขภาพและรักษาอาการป่วยต่างๆ ได้หลายอย่าง ชาวจีนจึงเรียกว่าเจียวกู่หลานว่า “ซียันเช่า” ซึ่งมีความหมายว่าสมุนไพรแห่งชีวิตอมตะ ส่วนชาวญี่ปุ่นจะเรียกว่า “อะมาซาซูรู” ที่มีความหมายว่า ชาหวานจากเถา[2]

ลักษณะของเจียวกู่หลาน

  • ต้นเจียวกู่หลาน จัดอยู่พรรณไม้ล้มลุกตระกูลหญ้าแบบเถาเลื้อย ยาวประมาณ 1-150 เซนติเมตร มีรากอยู่ใต้ดินเป็นรากเลื้อย เส้นเล็ก ยาวประมาณ 50-100 เซนติเมตร มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของรากประมาณ 1 เซนติเมตร ลำต้นเป็นข้อๆ มีมือเกาะตามข้อ มีขนบางๆ เล็กน้อย เลื้อยไปตามพื้นหรือเลื้อยพันกับพืชชนิดอื่นๆ[1] ขยายพันธุด้วยวิธีการเพาะเมล็ด การปักชำ และวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช มักขึ้นตามที่ชื้นแฉะ ริมทางน้ำไหล หรืออาจพบขึ้นบนหินปูน มีถิ่นกำเนิดในทวีปเอเชีย ในบริเวณภูมิประเทศที่เป็นป่าเขาที่มีความสูงระดับ 300-3,200 เมตร จากระดับน้ำทะเล พบได้ในประเทศอินเดีย เนปาล จีน พม่า ลาว เกาหลี และญี่ปุ่น ส่วนในประเทศไทยสมุนไพรชนิดนี้สามารถปลูกได้ดี ปัจจุบันมีการปลูกที่จังหวัดเชียงใหม่ แต่ยังไม่แพร่หลายนัก[2],[3]
เจียวกูหลาน
  • ใบเจียวกู่หลาน ใบออกเรียงสลับ มักเรียงแบบขนนก กิ่งหนึ่งมีใบประมาณ 3-7 ใบ ลักษณะของใบเป็นรูปกลมรีหรือรูปไข่ ปลายใบแหลม โคนใบกลม ส่วนขอบใบหยักเป็นฟันเลื่อยเล็กน้อย ตรงกลางของใบยาวได้ประมาณ 4-8 เซนติเมตร และกว้างประมาณ 2-3 เซนติเมตร เส้นใบล่างมีขนสั้นปกคลุม ใบ 2 ข้างมักเรียงคู่กันเล็กกว่าใบตรงกลาง[1]
ปัญจขันธ์
  • ดอกเจียวกู่หลาน ออกดอกเป็นกระจุกมีสีเหลืองเขียว โดยจะออกตามซอกใบ ดอกเป็นแบบแยกเพศแต่อยู่บนต้นเดียวกัน กลีบดอกเป็นเส้น ปลายแหลมยาวได้ประมาณ 1 มิลลิเมตร ดอกมีเกสรเพศผู้ 5 อัน มีเกสรเพศเมีย 3 อัน[1]
เจี่ยวกู้หลานดอกเจียวกู่หลาน
  • ผลเจียวกู่หลาน ลักษณะของผลเป็นรูปทรงกลม ผลอ่อนเป็นสีเขียว ส่วนผลแก่เป็นสีเขียวออกดำ ผลมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 6-8 มิลลิเมตร ในผลมีเมล็ดลักษณะเป็นรูปกลมรี ยาวได้ประมาณ 4 มิลลิเมตร เมล็ดจะเป็นเส้นย่น[1]
เจี่ยวกู่หลาน
ในด้านการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เจียวกู่หลาน ให้นำใบเจียวกู่หลานที่ทำความสะอาดแล้วมาคั่วด้วยไฟอ่อนๆ แล้วนำเข้าเตาอบอุณหภูมิ 40-60 องศาเซลเซียส เป็นเวลาประมาณ 4 ชั่วโมง ส่วนก้านที่ทำความสะอาดและตัดเป็นท่อนแล้ว ให้นำไปอบด้วยอุณหภูมิประมาณ 40-60 องศาเซลเซียส ประมาณ 6-7 ชั่วโมง แล้วนำมาคั่วให้หอม โดยสรรพคุณทางยาในส่วนของก้านนั้นจะมีมากกว่าใบ เนื่องจากลักษณะของต้นเจียวกู่หลานจะเป็นไม้เถาล้มลุก จึงมีส่วนที่เป็นกิ่งก้านสาขามากกว่าส่วนของใบ ส่วนในเรื่องของรสชาติเมื่อนำมาชงเป็นชาส่วนของก้านจะมีรสขมกว่าใบ ส่วนที่เป็นใบบางคนก็บอกว่าหวาน ในทางการค้ามีการคัดเลือดเฉพาะบางส่วน โดยเกรด A จะคัดเอาเฉพาะยอดอ่อน ไม่มีใบแก่และไม่มีก้านหรือเถา ซึ่งจะให้รสชาติที่นุ่มนวล ลื่นคอ ไม่ขม ไม่ฝาด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น สรรพคุณทางยาก็คงจะไม่แตกต่างกันมากเท่าไหร่นัก ฉะนั้นการเลือกซื้อก็ขึ้นอยู่กับความพอใจครับ

สรรพคุณของเจียวกู่หลาน

  1. เจียวกู่หลาน หรือ สมุนไพรปัญจขันธ์ชาเจียวกู่หลาน มีสรรพคุณเป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยชะลอความแก่ การรับประทานเจียวกู่หลานครั้งละ 2 เม็ด วันละ 3 ครั้ง เป็นระยะเวลา 60 วัน จากคนที่เข้ารับการรักษาจำนวน 1-6 คน พบว่า คนที่เข้ารับการรักษาร่างกายทุกคนแข็งแรงดีขึ้น ความจำฟื้นคืนปกติ อาการนอนไม่หลับและอาการปวดหลังปวดเอวหายไป[1]
  2. ใช้เป็นยารักษามะเร็ง ต้านทานการเจริญเติบโตของเชื้อมะเร็ง ด้วยการรับประทานสารสกัดจากเจียวกู่หลานครั้งละ 40 มิลลิลิตร วันละ 2 ครั้ง จากคนที่เข้ารับการรักษาจำนวน 30 คน โดยทำการรักษาเป็นระยะเวลา 3 เดือน พบว่า มี 27 ราย ได้ผลดีขึ้น ประสิทธิภาพในการรักษาประมาณ 87%[1] บางข้อมูลระบุว่าเจียวกู่หลานมีสรรพคุณช่วยควบคุมการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งปอด มะเร็งในช่องท้อง มะเร็งลำไส้ มะเร็งทางเดินอาหาร มะเร็งตับ มะเร็งตับอ่อน มะเร็งถุงน้ำดี มะเร็งมดลูก มะเร็งเต้านม และอื่นๆ อีกรวมกว่า 20 ชนิด
  3. ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ลดไขมันในเส้นเลือด ด้วยการใช้ใบเจียวกู่หลานแห้ง นำมาชงกับน้ำรับประทานแทนน้ำชา ครั้งละ 2-3 กรัม วันละ 3 ครั้ง ติดต่อกัน 40 วันอย่างต่อเนื่อง พบว่า ผู้ที่เข้ารับการรักษาจำนวน 29 คน มี 19 คน ที่เห็นผลดี และมี 1 คน ที่ได้ผล โดยมีประสิทธิภาพในการรักษาอยู่ที่ 68.97%[1],[2]
  4. ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ มีอาการปวดบิดทางหัวใจ ด้วยการใช้ใบเจียวกู่หลานแห้ง นำมาชงกับน้ำรับประทานแทนน้ำชา ครั้งละ 2-3 กรัม วันละ 3 ครั้ง ติดต่อกัน 40 วันอย่างต่อเนื่อง พบว่า คนไข้ที่เข้ารับการรักษาจำนวน 23 คน มี 7 คน ที่ได้ผล และมี 5 คน ที่ให้ผลเด่นชัด ส่วนอีก 11 รายยังไม่เห็นผลชัดเจน โดยมีประสิทธิภาพการรักษาอยู่ที่ 68.17%[1] แต่ผู้ที่มีความดันโลหิตต่ำจะปรับความดันให้เป็นปกติ[2]
  5. ช่วยทำให้หัวใจแข็งแรง[2]
  6. ช่วยยับยั้งการเกาะตัวของเกล็ดเลือด[2]
  7. ทั้งต้นและรากมีรสขม เป็นยาเย็น ใช้เป็นยาดับพิษร้อน ถอนพิษไข้ รักษาไข้หวัด แก้ร้อนในต่างๆ[1],[2]
  8. ช่วยแก้อาการไอ ไอเรื้อรัง[1],[2]
  9. ช่วยขับเสมหะ[1],[2]
  10. ใช้เป็นยารักษาหลอดลมอักเสบ โรคหลอดลมเรื้อรัง หลอดลมแข็งตัว ตามรายงานระบุว่าจากการใช้เจียวกู่หลานรักษาผู้ป่วยโรคหลอดลมเรื้อรังมากกว่า 500 ราย มีประสิทธิภาพในการรักษาอยู่ที่ 79%[1],[2]
  11. ใช้รักษาโรคถุงลมในปอดอักเสบ ชาวจีนได้มีการใช้เจียวกู่หลานเป็นยารักษาผู้ป่วยที่มีอาการถุงลมในปอดอักเสบมาเป็นเวลานานแล้ว ซึ่งมีผลการทดลองที่ได้นำชาเจียวกู่หลานมาให้ผู้ป่วยดื่มเพื่อรักษาโรคถุงลมในปอดอักเสบ จากการทดลองพบว่า ได้ผลในการรักษาสูงถึง 92% จากการรักษาผู้ป่วยจำนวนทั้งหมด 96 ราย[2]
  12. ช่วยทำให้ระบบการย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น และทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารมากยิ่งขึ้น[2]
  13. ช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร[2]
  14. ช่วยทำให้ตับแข็งแรง ใช้รักษาตับอักเสบติดเชื้อหรือตับอักเสบชนิดไวรัสบี กรวยไตอักเสบ[1],[2],[3]
  15. ใบนำมาทุบ ใช้เป็นยาพอกฝี (ชาวไทใหญ่)[4]
  16. ใช้เป็นยาขับพิษแก้อักเสบ ต้านการอักเสบ แก้ปวด[1],[2]
  17. ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอก[2]
  18. ต้นใช้ตำพอกเป็นยาแก้กระดูกหัก แก้อาการเจ็บในกระดูก ปวดในข้อเท้า ข้อมือ หรือปวดตามกล้ามเนื้อ รวมไปถึงอาการฟกช้ำดำเขียวต่างๆ (ต้นสด)[3]
  19. ส่วนสรรพคุณในตำรับยาจีน ระบุไว้ว่าสารสกัดจากเจียวกู่หลานมีสรรพคุณช่วยส่งการสร้างเซลล์กระดูก เสริมสร้างการรวบตัวของโปรตีนและกรดในตับ ช่วยบำรุงสมอง มีผลต่อการรักษาโรคในช่องอก โรคโลหิตจาง โรคหลอดลมเรื้อรังและโรคหลอดเลือดแข็งตัว[2]
  20. นอกจากนี้เจียวกู่หลานยังมีสรรพคุณอื่นๆ อีกมากมาย เช่น ช่วยแก้อาการท้องผูก ลดกรด รักษาลำไส้อักเสบ คางทูม ทอนซิล ความจำเสื่อม ปวดหัว ไมเกรน ผมหงอก ผมร่วง หอบหืด ฆ่าเชื้อราที่เท้า โรคเก๊าท์ ปวดหลัง ปวดเอว แก้หูอักเสบ แก้หูด ช่วยควบคุมน้ำหนักตัว ทำให้แผลหายเร็ว เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับเซลล์ในร่างกาย ยับยั้งเซลล์มะเร็ง ลดภูมิแพ้ สร้างสมดุลฮอร์โมนรอบเดือนของสตรี ฟื้นฟูฮอร์โมนต่อมลูกหมากของสุภาพบุรุษ ลดอาการต่อมลูกหมากโต ขับท่อปัสสาวะ ขับน้ำในร่างกายของคนที่เป็นคนอ้วน ขับของเสียที่ไต ช่วยล้างท่อปัสสาวะ ทำให้ท่อปัสสาวะโล่งและมีแรงดัน ช่วยขับลมต่างๆ (เช่น ลมที่ไม่ปกติในกระเพาะอาหารและลำไส้ ลมแน่นหน้าอก กรดไหลย้อน ลมในข้อกระดูก แขน ขา หัวไหล่) ขับไขมัน ขับถ่ายสะดวก เป็นต้น[5]
หมายเหตุ : วิธีการใช้ตาม [1] ให้ใช้ยาแห้งบดเป็นผงใส่ในแคปซูล ให้รับประทานครั้งละไม่เกิน 3 กรัม หรือใช้เข้ากับตำรับยาตามต้องการ[1]

ข้อมูลทางเภสัชวิทยาของเจียวกู่หลาน

  • สารที่พบ ได้แก่ สาร Flavonol และสาร Gypenoside (1-52 ชนิด), Sterol ของเจียวกู่หลาน และยังพบกลูโคส, น้ำตาล, กลูโคลีน มีสารคล้ายกับโสมคน 4 ชนิด เช่น Rb1, Rd3, Rd, Rf2 รวมไปถึงกรดอะมิโน วิตามินบี1 วิตามินบี2 และยังมีแร่ธาตุอีกหลายชนิด เช่น แคลเซียม ธาตุเหล็ก แมกนีเซียม แมงกานีส สังกะสี เป็นต้น[1],[2]
  • Dr Osama Tanaka แห่งคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮิโรชิมา ได้ทำการศึกษาจนพบว่า เจียวกู่หลานมีสาร Saponins ที่มีโครงสร้างโมเลกุลเหมือนกับโสม ต่อมา Dr Tsunematsu Takemoto ผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรที่ศึกษาประโยชน์ของเจียวกู่หลานมากว่า 10 ปี ได้พบว่าเจียวกู่หลายมีสาร Saponins อยู่มากถึง 82 ชนิด หรือที่เรียกว่า Gypenosides และเจียวกู่หลานยังเป็นสมุนไพรที่ใช้เป็นยาได้เหมือนกับโสมแต่ดีกว่าโสม เนื่องจากโสมมีสาร Saponins ที่เรียกว่า Gypenosides อยู่เพียง 28 ชนิด ในขณะที่เจียวกู่หลานนั้นมี Gypenosides อยู่ถึง 82 ชนิด และสาร Gypenosides ที่พบในเจียวกู่หลานจะมีอยู่ 4 ชนิดที่เหมือนกับโสม และมีอีก 17 ชนิด ที่มีลักษณะคล้ายกับโสม นอกจากนี้ปริมาณของ Gypenosides ที่มีอยู่ในเจียวกู่หลานก็ยังมีมากกว่าและมีคุณสมบัติทางยาที่ดีกว่า Gypenosides ที่พบได้ในโสม อีกทั้งเจียวกู่หลานยังไม่มีพิษและไม่มีอาการแพ้ที่เกิดขึ้นจากการบริโภคอีกด้วย[2]
  • จากการศึกษาทดลองทางวิทยาศาสตร์เป็นเวลากว่า 30 ปีเจียวกู่หลานแคปซูล สามารุยืนยันได้ว่าสมุนไพรเจียวกู่หลานนั้นเป็น Adaptogen ที่มีคุณสมบัติอันน่ามหัศจรรย์ในการช่วยปรับสมดุลของการทำงานในระบบประสาทส่วนกลางซึ่งประกอบไปด้วย สมองไขสันหลัง ระบบประสาท Sympathetic ระบบ Parasympathetic ที่ควบคุมการทำงานของระบบประสาท การทำงานของอวัยวะต่างๆ และการหลั่งฮอร์โมน หากร่างกายมีความเครียดมากเกินไป สาร Gypenosides จะช่วยทำให้ระบบประสาทส่วนกลางปรับตัวเพื่อทำให้ร่างกายผ่อนคลาย แต่ถ้าร่างกายมีอาการหดหู่ สาร Gypenosides ก็จะช่วยทำให้ระบบประสาทส่วนกลางปรับตัวปรับตัวเพื่อทำให้ร่างกายกระฉับกระเฉงขึ้น[2]
  • จากรายงานของ Poomecome W ได้รายงานสรุปรวมความว่าเจียวกู่หลานสามารถกระตุ้นให้ตับอ่อนหลั่งสารอินซูลินและยับยั้งการดูดซึมของกลูโคสในทางเดินอาหาร ซึ่งมีผลช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ (อ้างอิง Poomecome W. “Hypoglycemic activity of Extract From Gynostemma Pentaphyllum Makino”. 1999.)[2]
  • Tanner MA และคณะ พบว่าสารสกัด Gypenosides ในขนาด 0.1-100 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร มีฤทธิ์ในการขยายหลอดเลือดโคโรนารีในหลอดทดลอง และพบว่าสารสกัดจากเจียวกู่หลานทำให้การสร้าง nitric oxide ของเซลล์เพาะเลี้ยง bovine arotic endothelial เพิ่มขึ้นแบบ dose-dependent โดยไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อเซลล์ จึงสรุปได้ว่าสารสกัดจากเจียวกู่หลาน
  • มีฤทธิ์โดยตรงต่อการหลั่งของสาร notric oxide แต่ไม่มีผลต่อการสร้างสารกลุ่ม prostanoid[2]
  • LIM และคณะ ได้ทำการทดลองนำเจียวกู่หลานแห้งไปสกัดด้วยน้ำ จากนั้นนำไปทดสอบฤทธิ์ต้านการอักเสบในหนูขาวทดลอง พบว่าสามารถต้านการอักเสบ ลดอาการบวมของอุ้งเท้าหนูได้ (อ้างอิง LIM JM, Lin CC, Chiu HF, Jang JJ, Lee SG. “Evalution of anti-inflammatory and liver protect effects of Anoectochilus formosanus, Ganoderma lucidum and Gynostemma pentaphyllum in rats”. 1993.)[2]
  • การให้สารสกัดด้วยน้ำจากส่วนที่อยู่เหนือดินของต้นเจียวกู่หลาน ในขนาด 1 กรัมต่อกิโลกรัม (คิดตามน้ำหนักของเจียวกู่หลานที่นำมาสกัด) แก่หนูขาวทดลอง โดยการฉีดเข้าทางช่องท้อง พบว่าสามารถป้องกันตับจากการเกิดสารพิษจาก CCI และยังมีรายงานว่า Gypenoside มีฤทธิ์ในการรักษาภาวะการเกิดพิษเรื้อรังที่ตับ ซึ่งถูกเหนี่ยวนำด้วย CCI4 และลดการเกิด Fibrosis ด้วย โดยพบว่า Gypenoside จะลดการเพิ่มของ SGOT, SGPT activities ในหนูขาว ซึ่งตับถูกทำลายด้วย CCI4 เป็นเวลานานถึง 8 สัปดาห์ และยังทำให้ปริมาณของคอลลาเจนลดลง 33%[2]
  • ตัวยาที่สกัดได้จากเจียวกู่หลานมีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์เอชไอวีโพรทีเอส ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่เชื้อ HIV ใช้ในการเพิ่มจำนวน และมีฤทธิ์เสริมภูมิคุ้มกันในหลอดทดลองได้เป็นอย่างดี[2]
  • จากการทดสอบความเป็นพิษแบบเฉียบพลันและพิษเรื้อรังของสารสกัดเจียวกู่หลานในสัตว์ทดลอง พบว่าสมุนไพรชนิดนี้มีความปลอดภัยสูง และยังได้ทำการทดลองในอาสาสมัคร โดยให้รับประทานสารสกัดเจียวกู่หลานแคปซูลก็พบว่ามีความปลอดภัย[2]

ประโยชน์ของเจียวกู่หลาน

  1. ชาวจีนนิยมใช้เจียวกู่หลานมาบริโภคเป็นอาหารและต้มดื่มแทนน้ำชาชาเจียวกู้หลาน เพราะเจียวกู่หลายมีคุณสมบัติในการส่งเสริมธาตุหยินและหยางของร่างกาย ทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง สามารถทำงานหนักกลางแจ้งได้นาน มีอายุยืนยาว ดูอ่อนเยาว์กว่าวัย และยังมีอัตราการป่วยเป็นโรคมะเร็งที่ต่ำด้วย[2]
  2. ในประเทศจีนได้มีการใช้เจียวกู่หลานร่วมกับสมุนไพรจีนชนิดอื่นและน้ำผลไม้ที่คั้นจากผลกีวี่ซึ่งมีวิตามินซีและวิตามินอีสูง ซึ่งนำมาใช้ในการรักษาผู้ป่วยที่มีอาหารป่วยอันเกิดจากอนุมูลอิสระต่างๆ อย่างได้ผลและมีประสิทธิภาพ เช่น อาการขาดเลือดไปเลี้ยงหัวใจที่เป็นสาเหตุของหัวใจวาย อาการกล้ามเนื้อหัวใจตาย หรืออาการขาดเลือดไปเลี้ยงสมองที่เป็นสาเหตุของอัมพาต[2]
  3. เจียวกู่หลานเป็นสมุนไพรที่สามารถช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานโรคให้กับร่างกายได้ เพราะช่วยทำให้การทำงานของระบบน้ำเหลืองดีขึ้น โดยการสร้างเม็ดเลือดขาวสำหรับกำจัดเชื้อโรคภายในร่างกาย จึงทำให้ร่างกายแข็งแรง หายอ่อนเพลีย มีภูมิต้านทานมากขึ้น และยังช่วยป้องกันฤทธิ์ทางชีวภาพของรังสีแกมม่าในการทำลายเม็ดเลือดขาว ทำลายระบบภูมิคุ้มกันได้ด้วย นอกจากนี้ในประเทศไทยบ้านเราเองก็ได้มีการทดลองใช้สมุนไพรเจียวกู่หลานเพื่อประกอบการรักษาผู้ป่วยเอดส์ โดยพบว่าผู้ป่วยมีภูมิคุ้มกันของร่างกายสูงขึ้นด้วย[2]
  4. เจียวกู่หลานมีคุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย ซึ่งอนุมูลอิสระนั้นเป็นสาเหตุของปัญหาทางด้านสุขภาพหลายอย่าง เช่น ทำให้อวัยวะภายในเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ ผิวหนังเหี่ยวย่นไว DNA ทำงานผิดปกติ ร่างกายจึงแก่เร็ว ทำให้เส้นเลือดตีบตันจนทำให้เป็นสาเหตุของอาการต่างๆ (เช่น กล้ามเนื้อหัวใจตาย อัมพาต ไตเสื่อมหรือไตวาย เป็นต้น) ทำให้เกิดอาการอักเสบที่เอ็นและกล้ามเนื้อ ทำให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันมากเกินไป จนทำให้มีอาการข้ออักเสบหรือเป็นโรคเม็ดเลือดขาวมากเกินไป นอกจากนี้ยังเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคมะเร็ง โรคสมองเสื่อมหรือความจำเสื่อมอีกด้วย เป็นต้น[2]
  5. สาร Gypenosides ในสมุนไพรเจียวกู่หลานสามารถช่วยควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในระดับที่ปกติได้ กล่าวคือถ้ามีอาการความดันโลหิตต่ำจะปรับให้เป็นปกติ แต่ถ้ามีความดันโลหิตสูงจะปรับให้ลดลง[2]
  6. เจียวกู่หลานมีคุณสมบัติในการรักษาโรคเบาหวานและโรคตับ ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด โดยมีสารซาโปนินที่มีคุณสมบัติลดอาการป่วยจากโรคตับอักเสบและโรคเบาหวาน ด้วยการเข้าไปช่วยกระตุ้นการสร้างอินซูลินจากตับอ่อน จึงช่วยลดระดับน้ำตาลในกระแสเลือดได้[2]
  7. เจียวกู่หลานมีคุณสมบัติในการลดไขมันในเลือดได้ ซึ่งจากการรักษาผู้ป่วยโดยใช้สาร Gypenosides พบว่าสามารถลดระดับของไตรีกลีเซอไรด์ และไขมันเลว (LDL) ที่เป็นผลเสียต่อสุขภาพได้ และยังช่วยเพิ่มไขมันดี (HDL) ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย[2]
  8. ในวงการแพทย์นั้นยอมรับว่าสาร Ginsenosides Rh 12 ที่พบได้ในโสมนั้นมีคุณสมบัติในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้เป็นอย่างดี แต่สาร Rh12 ที่มีอยู่ในโสมนั้นมีปริมาณเพียง 0.001% เท่านั้น แต่ในสมุนไพรเจียวกู่หลานจะมีสาร Ginsenosides 22-29 ที่มีคุณสมบัติในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้เช่นกัน แต่มีปริมาณมากกว่าในโสมหลายเท่าตัว[2]
  9. เจียวกู่หลานสามารถช่วยขยายหลอดเลือดของหัวใจให้มีอัตราการไหลเวียนของเลือดจากหัวใจสูงขึ้น (แต่อัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิตไม่มีการเปลี่ยนแปลง)[2]
  10. สาร Gypenosides ในสมุนไพรเจียวกู่หลานสามารถป้องกันการจับตัวของลิ่มเลือดได้ ถ้าหากลิ่มเลือดอุดตันในบริเวณเส้นเลือดหัวใจ จะเป็นสาเหตุให้มีอาการหัวใจเต้นผิดปกติหรือหัวใจวายได้[2]
  11. ในจำนวนพืชกว่า 4,000 ชนิด สมุนไพรที่จัดได้ว่าเป็น Adaptogen จะต้องไม่มีสารใดๆ ที่เป็นพิษต่อร่างกายและช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรง ช่วยรักษาโรคร้ายต่างๆ โดยมีผลต่อการทำงานของร่างกายที่สำคัญคือ ช่วยบำรุงการทำงานของอวัยวะภายในให้แข็งแรงและปรับสมดุลการทำงานของระบบประสาท ระบบฮอร์โมนให้เป็นปกติจากความเครียด ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ได้พบว่า สมุนไพรเจียวกู่หลานนั้นเป็น Adaptogen ที่ดีกว่าสมุนไพรชนิดอื่นๆ[2]
  12. ในอดีตชาวจีนจะใช้เจียวกู่หลานเป็นอาหารแก้หิวยามแล้ง บำรุงร่างกาย ชูกำลัง ชะลอความแก่ชรา ทำให้กระชุ่มกระชวย ช่วยทำให้นอนหลับสบาย ผ่อนคลายความเครียด ลดความตื่นเต้น ช่วยลดอาการปวดหัวข้าวเดียวหรือไมเกรนได้[2]
  13. ช่วยรักษาความยืดหยุ่นและความความชุ่มชื้นของผิวพรรณ ทำให้ผิวหนังเต่งตึง[5]
  14. ช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางร่างกายและทางเพศ ช่วยเพิ่มจำนวนอสุจิ[2],[5]
  15. การดื่มชาเจียวกู่หลานก่อนเข้านอน จะช่วยทำลายสารอาหารตกค้างในร่างกาย รวมไปถึงอาหารที่ไม่สะอาดหรือย่อยสลายไม่หมด และขับสารพิษต่างๆ ในกระเพาะอาหารและลำไส้ได้ดี[1]
  16. โครงการหลวงได้มีการนำเจียวกู่หลานมาพัฒนาเจียวกู้หลานเป็นพืชปลูกเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับชาวเขา เนื่องจากสมุนไพรชนิดนี้มีศักยภาพในเชิงพาณิชย์ มีประโยชน์ทั้งเป็นยาสมุนไพรและเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ สามารถนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรได้หลากหลายรูปแบบ เช่น เจียวกู่หลานแคปซูล ชาเจียวกู่หลาน ไวน์เจียวกู่หลาน รวมไปถึงเจียวกู่หลานในรูปแบบของยาลูกกลอนชา ยาเม็ด ยาน้ำ ยาผสม หรือบางทีก็นำเอาสารสกัดจากเจียวกู่หลานไปผสมกาแฟก็มี นอกจากนี้ยังมีการนำไปผสมในตำรายาสมุนไพรอื่นๆ เครื่องดื่มชนิดต่างๆ เครื่องสำอาง ตลอดจนบุหรี่บางชนิด ซึ่งก็ได้รับความนิยมทั่วไปทั้งในและต่างประเทศในแถบเอเชียรวมไปถึงในแถบยุโรปและอเมริกาด้วย[2],[3]

วิธีชงชาเจียวกู่หลาน

ให้หยิบใบชามาประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ใส่ภาชนะชงชา รินน้ำร้อน 90-100 องศา (ไม่ควรใช้น้ำประปา) แช่ใบในน้ำร้อนประมาณ 1 นาที อย่าแช่ไว้นานเพราะจะทำให้สีชาเข้ม ถ้าชาเข้มจนเกินไปก็ให้เอาน้ำร้อนรินใส่จนออกเหลืองอ่อน ดื่มอุ่นๆ ได้จะดีมาก หรือถ้าดื่มไม่หมดก็ทิ้งไว้ให้เย็นแล้วนำไปแช่ตู้เย็น ใช้ดื่มเป็นน้ำเย็นก็สดชื่นดีเช่นกัน
คำแนะนำ : การดื่มชาเจียวกู่หลานควรดื่มหลังอาหารเช้า กลางวัน เย็น และก่อนนอน โดยควรชงด้วยน้ำร้อนจัดหรือเดือดจัดประมาณ 100 องศาเซลเซียส (ไม่ควรใช้น้ำประปาชง เพราะมีสารคลอรีนอยู่มาก อาจทำให้รสและกลิ่นของชาเสียได้) เพื่อให้ใบชาคลายรสชาติที่ดีออกมา แต่ข้อมูลจากจดหมายข่าวผลิใบของกรมวิชาการเกษตร (คอลัมน์ขอคุยด้วยคนโดยคุณ “มธุรส วงษ์ครุฑ”) ได้เขียนถึงการดื่มชาเจียวกู่หลายไว้ว่าห้ามดื่มติดต่อกันนานเกิน 7 วัน เมื่อดื่มครบ 7 วันแล้วก็ให้หยุดดื่มประมาณ 1-2 วัน แล้วค่อยเริ่มต้นดื่มใหม่ และถ้าหากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดศีรษะ มึนงง ตาพร่าลาย ก็ให้หยุดดื่มเช่นกัน ส่วนขนาดที่รับประทานนั้นให้ดูที่ฉลาก และสามารถชงซ้ำได้ 1-2 รอบ ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ใส่ลงไปหรือจนกว่าน้ำชาจะเจือจางลง เมื่อใช้เสร็จแล้วก็อย่าลืมปิดซองให้สนิทด้วยนะครับ หรือจะใส่ในภาชนะอื่นที่เป็นภาชนะสุญญากาศก็ได้ (ห้ามเก็บในตู้เย็น เพราะใบชาอาจขึ้นราได้) ส่วนบางข้อมูลระบุว่าสตรีสตรีมีครรภ์และให้นมบุตร ผู้ที่ฟอกไต คนผอมแห้งไม่ควรดื่มชาเจียวกู่หลาน (ไม่ยืนยัน)[5]

Share this article :

Post a Comment

ค้นหา

 
Support : Creating Website | Johny Template | Mas Template
Copyright © 2011. Articles Free108 - All Rights Reserved
Template Created by Creating Website Published by Mas Template
Proudly powered by Blogger