ภาพประกอบเท่านั้น

เก็บคำว่า”รัก” ไว้ในลิ้นชัก
           เก็บคำว่า รัก ไว้ในลิ้นชัก
       ชักคำว่า ช่วยเหลือ มาใช้ก่อน 
            กาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว ณ ตำบลเล็ก ๆ ในเขตชานเมืองหนึ่ง
มีบ้าน ๒ หลัง ที่อยู่ติดกัน เจ้าของบ้าน ชื่อ “จิม” และ “จอร์จ”
ทั้งสองมิได้เป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกันเลย  ต่างทำตัวเหมือนคนแปลกหน้าซึ่งกันและกัน และก็ไม่มีใครจำได้ว่าทำไมจึงมึนตึงกันเช่นนั้น
ทั้งสองครอบครัวจึงอยู่กัน โดยมีสงครามน้ำลายกันอยู่เป็นนิจ หรือไม่ก็จะไม่พูดกันเลย  แม้แต่ตอนที่ทั้งคู่เข็นรถตัดหญ้าสนามหลังบ้านไปเคียงข้างกัน
ขนาดล้อเครื่องตัดหญ้าแทบจะเสียดสีกันตรงเส้นแบ่งแดน  ก็ไม่มีคำพูดออกมาจากฝ่ายใดแม้แต่แอะเดียว
            และแล้ว ในฤดูร้อนของปีหนึ่ง  จอร์จกับภรรยาของเขาเดินทางไปพักร้อนเป็นเวลา ๒ สัปดาห์ ในตอนแรก ทั้งจิมและภรรยาของเขาไม่ได้สังเกตว่าคู่อริไม่อยู่บ้าน  ก็จะต้องรู้ทำไม  ในเมื่อต่างไม่สนใจกันอยู่แล้ว  ทั้งสองฝ่ายไม่เคยที่จะวิสาสะกันเลย  นอกเสียจากว่าอีกฝ่ายมีเรื่องที่จะต่อว่าอีกฝ่ายหนึ่งเท่านั้น
            แต่เย็นวันหนึ่ง  หลังจากที่จิม ตัดหญ้าที่สนามตนเองเสร็จแล้ว  เขาสังเกตเห็นว่า หญ้าของสนามเพื่อบ้านขึ้นรกผิดปกติ  โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับสนามของเขาที่ตัดเรียบร้อยแล้ว  ซึ่งใครก็ตามที่ผ่านไปมาก็จะต้องสะดุดตาและรู้ว่าไม่มีคนอยู่ในบ้านนี้  จิมคิดเช่นนั้นและคิดต่อไปว่ามันจะเป็นสัญญาณเชิญชวนขโมยได้เป็นอย่างดี  ทันใดนั้น  ความคิดอย่างหนึ่ง แวบ! เข้ามาในสมองของจิมว่า ไม่จำเป็นต้องถึงขนาด “รัก” เพื่อนบ้านก็ได้ แค่ “ช่วย” เขาหน่อยก็พอ
            “ผมมองดูหญ้าที่สนามของจอร์จอีกครั้งหนึ่ง” จิมเล่า “ใจผมคัดค้านความคิดที่จะช่วยเหลือคนที่ผมไม่ชอบขี้หน้าเอามาก ๆ แต่ทั้งที่ใช้ความพยายามทักอย่างที่จะสลัดความคิดที่จะช่วยให้หลุดไปจากสมอง  แต่มันยังดื้ออยู่ ดื้ออยู่ มันไม่ยอมหนีไปไหน  จนกระทั้งเช้าวันรุ่งขึ้น เป็นวันเสาร์ ผมก็ออกไปตัดหญ้าในสนามให้เขาเสียเรี่ยมเร้เรไร”
            “เย็นวันอาทิตย์ จอร์จและภรรยา กลับมาถึงบ้าน เพียงครู่เดียวที่เขาเข้าบ้าน ผมเห็นเขาเดินออกไปตามถนน และเที่ยวเคาะประตูบ้านโน้นประตูบ้านนี้ทุกบ้านในช่วงถนนที่เราอยู่ ในที่สุดเขามาเคาะประตูบ้านผม  พอผมเปิดประตูก็เห็นเขายืนจ้องหน้าผมด้วยความรู้สึกงุนงงและประหลาดใจบนสีหน้าเขา”
            “จิม  คุณตัดหญ้าที่สนามบ้านผมหรือ?”  ในที่สุดเขาก็เอ่ยปากถาม เป็นครั้งแรกในระยะเวลานานมากที่เขาเรียกชื่อเล่นผม “ผมถามทุกคนในแถบนี้แล้ว ไม่มีใครตัดหญ้าให้ผม  แจ๊คบอกว่าคุณเป็นคนทำใช่ไหม?”   “ใช่จอร์จ  ผมตัด” ผมตอบ แต่น้ำเสียงเกือบจะเป็นการชวนวิวาทมากกว่า “ขอบคุณ” เขาตอบห้วน ๆ แล้วหันหลังกลับไปทันที
            หลังจากนั้นความมึนตึงของจอร์จกับจิมก็สลายไป  อ้อ ! แต่ทั้งสองยังไม่ถึงขนาดจะกอดคอกันดูบอลดื่มเบียร์ร่วมกัน และภรรยาของทั้งคู่ก็ยังไม่ถึงขั้นจะวิ่งไปหาเพื่อยืมน้ำตาลหรือชวนกันซุบซิบเรื่องของผู้หญิง  แต่ความสัมพันธ์ของทั้งสองก็ก้าวหน้าไปในทางที่ดี  อย่างน้อยก็ยังมีการยิ้มให้กันและกันขณะที่เดินสวนกัน  นาน ๆ ครั้งก็กล่าวสวัสดีทักทายกันบ้าง
            จะให้รักเพื่อนบ้านน่ะเหรอ?  อาจจะ.... แต่แค่เปลี่ยนคำว่า “รัก” เป็น “ช่วยเหลือ” ก็พอแล้ว
                       จาก หนังสือ สร้างพลังสู่ความสำเร็จ
บันทึกหลังเรื่องเล่า
            หลายคนสูญเสียมิตรภาพ เหตุด้วยเรื่องเล็กน้อย
            หลายคนไม่ยอมทลายกำแพงแห่งมานะ  จนสูญเสียวันเวลาในอดีต
            และหลายคน เฝ้ามองมิตรภาพที่สูญหายไป ด้วยใจโหยหา
            อภัย...เป็นอาวุธแห่งความรัก
เพื่อน...คือคนที่มีสองร่างแต่ใจเดียวกัน..
เพื่อน...คือคนซึ่งมาอยู่ที่นั่นเพื่อคุณ ในขณะที่เขาควรจะไปอยู่ที่อื่นมากกว่า
มิตรแท้...ก็คือคนที่เมื่อคุณทำอะไรโง่ ๆ ลงไป  ก็ปล่อยให้คุณลืมไปเอง
ในชีวิตมันเป็นเรื่องยากที่จะบอกว่า ใครทำร้ายคุณได้มากที่สุด  ศัตรูที่ประสงค์ร้ายที่สุดหรือมิตรที่ประสงค์ดีที่สุด..